2007/Feb/06

ก่อนอื่นผมล่ะแปลกใจอยู่นิด ๆ ที่ทุกคนเงียบหายไปหลังจากงานวันเสาร์ที่ผ่านมา คงเป็นเพราะว่าพอทุกคนเห็นเทสึกะซังเป็นแบบนั้นแล้วเลยพูดอะไรไม่ออกสินะ หึหึหึ ผมจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของคนอื่นละกันนะ ^_,^

เอาเถอะ ผมว่าพวกนายมาฟังเรื่องวันนี้ของผมกันดีกว่านะ เกี่ยวกับเรื่องการเมืองนิด ๆ หน่อย ๆ ในรูดอล์ฟของเรานี่แหละ อ้ะ สำหรับบางคนที่อาจจะไม่เข้าใจว่าการเมืองคืออะไร ผมไม่ได้หมายถึงการบ้านการเมืองที่ออกข่าวกันทุกวันหรอกนะ มันเป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกการแบ่งอำนาจที่ไม่ลงตัวกันในหน้าที่น่ะ บรรยากาศมันทั้งมืดมัวทั้งน่ารำคาญเหมือนการเมืองก็เลยเรียกว่าการเมืองในสถานศึกษาไงล่ะ -_,- เข้าใจนะ

อา... ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้อยากจะยุ่งกับเรื่องแก่งแย่งชิงดีนี้เลยซักนิดนะ ทำไมถึงได้โดนดึงเข้าไปในเรื่องยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้สิ ฮะฮะฮะ เรื่องมันก็มีอยู่ว่าท่านผู้อำนวยการของเซนต์รูดอล์ฟน่ะคิดจะสร้างมาตรฐานในการเรียนให้นักเรียนใหม่ โดยเน้นว่าจะต้องมีคุณภาพที่ดีไม่ให้น้อยหน้าใคร แถมยังต้องมี Cost Conscious อีกต่างหาก อ้า... ผมต้องอธิบายอีกสินะว่ามันคืออะไร สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการรู้จักใช้ทุนให้คุ้มค่านั่นแหละนะ แล้วทีนี้ในฐานะที่ผมเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ ก็เลยได้เป็นตัวแทนในการเจรจา เห้อ... ช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสียจริงที่ต้องมาพูดกับผู้ใหญ่ที่มีทัศนวิสัยงี่เง่า อ้ะ... นี่ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะด่าหรอกนะ ความคิดของผู้อำนวยการน่ะดีแสนดี ขนาดที่อยากให้ทุกคนมีมาตรฐานเท่าเทียมกันหมดในทุกเรื่อง แต่คิดในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปได้ที่ไหนกันละ การจัดการกับคนจำนวนมากน่ะ ผมยอมรับว่าสมควรที่จะมีระเบียบขึ้นมาเป็นมาตรฐานให้ทำตาม อะไร ๆ จะได้เรียบร้อย แต่จะไปกำหนดให้เท่าเทียมกันทุกกระบวนความน่ะมันไม่มีทางเป็นไปได้ และก็คงไม่มีคนยอมรับด้วย

ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยู่ในฐานะที่ค่อนข้างลำบากมากทีเดียว เพราะผมจะต้องเป็นคนติดต่อสื่อสารข้อความจากผู้อำนวยการให้ผู้ประสานงานคนอื่น ๆ ซึ่งนโยบายก้าวไกลล้ำหน้าเพ้อฝันแบบนี้ แน่นอน ได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ดีเท่าไหร่นักหรอก แถมมีเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนนโยบายเสียด้วยซ้ำ ทีนี้ผมก็ต้องเป็นคนรับเรื่องทั้งหมดมาไปรายงานผู้อำนวยการ พวกคนแก่ที่ชอบยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่นั่นก็ยังยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจะไม่เปลี่ยนนโยบาย (อ้ะ ไม่ได้จงใจจะกระทบเทสึกะซังหรือซานาดะซังหรอกนะครับ อย่าเพิ่งร้อนตัวไป) แต่ผมต้องเป็นคนรับหน้ารับเรื่องที่ประดังประเดเข้ามานี่สิ ช่างเป็นระบบที่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย

แย่จริง ๆ เลยที่คนเก่งอย่างผมต้องอยู่ในฐานะที่ลำบากอย่างนี้ แต่เห็นแก่หน้าของผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ผมจึงต้องแบกรับภาระหน้าที่เอาไว้ อา... ลำบากใจจริง ๆ เลยน้า

หึหึหึ แต่คนอย่างผมหาทางแก้เผ็ดได้อยู่แล้วล่ะนะ -_,- ที่เอามาเล่าให้ฟังเพราะเห็นว่าพวกนายหลาย ๆ คนที่ยังทำตัวไร้สาระแบบแกล้งชาวบ้านไปวัน ๆ หรือเอาแต่สวีทหวานแหววกันแบบไม่มองหัวคนอื่นนี่คงจะได้ฟังประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กับชีวิตได้บ้างนะ

ปล. อ้ะ นี่ผมเขียน 2 เอนทรีติดกันแล้วหรือเนี่ย ต้องมีคนบางคนมาคอยเหน็บแนมแน่ ๆ ว่าผมว่างมากรึไง ฮะฮะฮะ ผมไม่ได้ว่างมากหรอกนะ เรียกว่าผมรู้จักแบ่งเวลาให้เป็นสัดเป็นส่วนมากกว่า ^_,^ เนอะ~ ยูตะ?

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เห็นแก่หน้า..
เห็นหน้าแก่..
.
อุบส์ ครึ่กๆ
#1  by  Amane David Hikaru (210.86.128.34) At 2007-02-06 17:13, 
อืม.. มันก็เป็นเรื่องธรรมดาน่ะนะที่คนที่อยู่ในจุดบางจุด จะเอาแต่คิดว่า "ตัวเองน่ะถูกแล้ว ถูกเสมอ พวกเด็กอย่าเสร่อมาเถียง" ทั้งนี้ มีสาเหตุทีรู้ๆ กันอยู่ไม่กี่อย่าง คือ วัยวุฒิ คุณวุฒิ แล้วก็ ความเคยชินในการใช้อำนาจและปกครองคน
.
คนที่เป็นผู้ใหญ่หรือหัวหน้างาน มักจะอ้างอิงประสบการณ์ ข้อมูลที่ได้รับ (แน่นอนว่าส่วนมากจะอ้างอิงจากโน่นนี่ที่มันดูดีๆ ต่างชาติเค้าทำแล้วดี ผลวิจัยมันเป็นอย่างงี้) แล้วสรุปตามความคิดตัวเอง มากกว่าจะมาฟังความคิดเห็นจากลูกน้อง
.
ทั้งนี้.. มันเนื่องมาจากนิสัยพื้นฐานในการปกครอง และการเป็นหัวหน้าคนของคนในประเทศนี้ด้วย .. นับย้อนไปในประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตได้เลย เพราะงั้น..ก็ต้องทำใจ ยิ่งผู้ใหญ่นั่นเป็นผู้ชายแล้วยิ่งแล้วใหญ่
.
จากประสบการณ์ ผมมีความเห็นว่า ผู้ปกครองที่ดี ไม่ใช่คนที่มุ่งแต่จะนำทีมไปสู่จุดสูงสุดได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความเข้าอกเข้าใจและรับฟังลูกน้องอย่างทั่วถึงด้วย องค์กรถึงจะแข็งแกร่ง
.
ยกตัวอย่างเช่น ริคไคของเรามีความแข็งแกร่ง ครองแชมป์ประเทศสองสมัย เพราะมีผู้นำที่เข้มแข็ง น่าศรัทธา มีความรักใคร่ สนิทสนมกลมเกลียวกันมากทั้งทีม และยังมีอารมณ์ขันอีกด้วย ^._^
.
ผิดกับบางทีมที่กัปตันแสนจะเลือนรางจนตกรอบไปแล้ว.. เนอะ
#2  by  ชั้นเอง (210.86.128.33) At 2007-02-06 17:30, 
(เพิ่มเติม)
แต่ยังไงซะ การที่นายได้รับหน้าที่นั้นมา ก็ควรจะภูมิใจนะ ถึงนายจะไม่เต็มใจ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นการฝึกฝนประสบการณ์ไม่ใช่เหรอ?
.
ส่วนเรื่องที่นายพูดถึงคนอื่นว่าเอาแต่แกล้งชาวบ้านไปวันๆ หรือเอาแต่สวีทหวานแหววเนี่ย ชั้นเข้าใจว่านายคงจะอิจฉา ตามประสาพวกชีวิตมี อุปสรรค ^__^ (ยิ้มแบบนี้ให้ดู) ไม่เป็นไร คนพวกนั้นคงไม่ถือสานายหรอก อุฮิ..
#3  by  ชั้น again (210.86.128.33) At 2007-02-06 17:35, 
ตั้งใจกระทบนี่หว่า
ตั้งใจกระทบนี่หว่า
นายจะเน้นตัวอักษรเพื่ออะไรกัน อ่านแล้วเกะกะชะมัด
ส่วนเรื่องที่นายเขียนมา ชั้นก็พอเข้าใจอยู่
แล้วนายน่ะ กลัวคนอื่นจะมาเหน็บแนมงั้นเรอะ ชั้นว่านายต่างหาก ที่เป็นฝ่ายทำซะเอง หึ
#6  by  :nakare: At 2007-02-06 21:03, 
ชั้นเป็นแบบนั้นแล้วมันเป็นยังไงล่ะ...

ชั้นอยากจะฝากไว้ว่าคนที่เก่งจริง ๆ เขาไม่พูดว่าตัวเองเก่งหรอกนะ
#7  by  >=Tezuka Kunimitsu=< (124.120.9.2) At 2007-02-06 21:28, 
ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีคนบางคน ที่ทำตัวไร้สาระด้วยการมาเที่ยวเขียนเอนทรี่ แทนที่จะเอาเวลาว่าง ไปจัดการกับงานที่มีอยู่
ผมรู้สึกแย่จนแทบอ้วกไปด้วยเลยนะ ตอนที่รู้ว่าคนเก่งที่แค่จะเอาชนะผมยังทำไม่ได้อยู่ในฐานะลำบาก ฮะฮะฮะ โชคดีนะ
ปล. เลิกหาพวกด้วยการลงท้ายว่า เนอะ~ ยูตะได้แล้ว ยูตะของผมคงรำคาญน่าดู ^^+
#8  by  :Fuji Syuusuke: (58.8.169.143) At 2007-02-06 23:05, 
^
(กลัว... กลัว... TT[]TT)
#9  by  KeeChan At 2007-02-07 07:41, 
น่ากลัวจัง
#10  by  sadiazz'Blog At 2007-02-08 19:21, 
(กลัวrepบางrep ข้างบน............ เผลอมาอ่าน เลยนึกไม่ออกเลยว่าจะเมนต์ไรดี....)
#11  by  Yagyu Hiroshi (203.144.144.163 /202.133.176.95) At 2007-02-09 09:45, 
/เหลือบมองมิซึกิที..เหลือบมองฟูจิที...

.... =[]=

/หลบฉาก
#12  by  【 ニオちゃん 】as bunbun At 2007-02-09 19:07, 

<< Home