Rikkai-Daigaku-Fuzoku-Chuu-Gakkou

ชั้นนับการเขียนครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ...เพราะครั้งก่อนคนที่มาเขียนในนามของชั้นคือนิโอ จึงไม่ขอนับ เพราะเป็นการเขียนที่ช่างหาใจความไม่ได้ และไร้สาระเป็นที่สุด ทำให้วุ่นไปตามๆกัน ชั้นต้องขอโทษคนอื่นๆแทนลูกทีมของริคไคด้วย

วันนี้เป็นวันหยุด จึงแวะไปร้านเค้ก เพื่อซื้อเค้กไปเยี่ยมยูคิมุระที่บ้าน ขณะที่อยู่ที่ร้าน เห็นว่ายังไม่ถึงเวลานัด เลยนั่งพักในร้านก่อน แล้วจู่ๆก็เหลือบไปเห็นเทะสึกะ...ชั้นไม่รู้ว่าหมอนั่นมาทำอะไรที่นี่ คงจะนัดใครไว้ แต่เหมือนหมอนั่นมองไม่เห็นชั้น ชั้นเลยไม่ได้ลุกไปทัก กะว่าถ้าจะออกจากร้านแล้วค่อยทักจะดีกว่า แต่ระหว่างนั้นชั้นก็มองหมอนั่นเป็นระยะๆ รู้สึกจะสั่งเค้กอะไรสักอย่าง แต่ยังไม่ทันได้เห็นว่าคืออะไร หมอนั่นก็กินหมดเสียแล้ว ... ชั้นแปลกใจซะจริงว่าทำไมกัปตันของเซชุนถึงกินเร็วขนาดนี้ พอๆกับใครบางคนในริคไคของเรา แต่ก็ช่างเถอะ ชั้นไม่ใส่ใจกับเรื่องไร้สาระพรรค์นี้หรอก หลังจากนั้นชั้นก็นั่งอยู่อีกสักพัก พอถึงเวลาต้องไป ก็ลุกไปโดยตัดสินใจไม่ทักทายหมอนั่น แต่ก็ช่างเถอะ การพบกันในร้านเค้ก คงไม่ใช่เรื่องน่าประทับใจเท่าไหร่ ถ้าจะต้องพบกัน ก็ให้พบกันในสนามแข่งขันอย่างเป็นทางการจะดีกว่า

จะว่าไปแล้วในวันหยุดแบบนี้ คนอื่นๆคงกำลังพักผ่อนอยู่ เท่าที่รู้มา นิโอกับยางิวนัดกันไปที่ไหนสักแห่ง ซึ่งชั้นไม่อยากเข้าไปยุ่ง ขอให้เจ้าพวกนั้นไม่ทำอะไรให้เสียชื่อริคไคของเราเป็นพอ....ส่วนยูคิมุระ ตอนนี้นายทำอะไรอยู่ เมื่อคืนนายอาการไม่ค่อยดี ชั้นชักจะเป็นห่วงแล้วสิ... ชั้นกำลังจะไปเยี่ยมนายล่ะนะ


อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อวันก่อน ชั้นได้ยินสมาชิกทีมเฮียวเท มีการพูดจาลามปามกัปตันริคไคของเรา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ควร หากยังทำแบบนี้อีก ชั้นจะไม่ปล่อยมันไว้แน่...เตรียมตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน


edit @ 2006/08/20 20:47:48


วันนี้มีนัดไปทานเค้กกับฟูจิ ถ้าไม่ใช่ฟูจิเป็นคนชวนคงไม่ได้ลองกินเค้กในร้านแบบนี้เพราะปกติก็ไม่เคยซื้อมากินเองอยู่แล้ว ชั้นไม่ชอบของหวานสักเท่าไหร่หรอกนะ แต่เหตุผลที่ฟูจิชวนเพราะหมอนั่นบอกว่าร้านนี้บรรยากาศดี จองห้องเป็นส่วนตัวได้โดยไม่คิดค่าห้องเพิ่ม ชั้นคิดว่านาน ๆ ทีได้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งสบาย ๆ ในวันหยุดแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

แต่พอใกล้ถึงเวลานัดฟูจิก็โทรมาบอกว่าคงไปสายหน่อย เพราะติดธุระสำคัญ ชั้นก็เลยเดินไปรอที่ร้านก่อนแล้วสั่งเค้กช็อคโกแลตชิ้นเล็ก ๆ มาลองกิน รสชาติดีกว่าที่คิดไว้เยอะ นึกว่าขึ้นชื่อว่าเค้กแล้วจะหวานซะอีก

อ้อ จะว่าไปชั้นบังเอิญเจอกับราชันย์แห่งริคไคด้วยนะ จะเรียกว่าเจอก็ไม่ถูกนักเพราะเราไม่ได้ทักอะไรกัน แต่เห็นหมอนั่นเหลือบมองชั้นบ่อย ๆ ไม่รู้ว่าแปลกใจนักรึไงที่เห็นชั้นมานั่งกินเค้ก อาจจะเป็นไปได้เพราะปกติชั้นคงไม่ได้มาเข้าร้านแบบนี้ หมอนั่นมาซื้อเค้กใส่กล่องกลับบ้านเรียบร้อยแล้วก็ไป ไม่รู้จะรีบร้อนอะไรนักหนา ท่าทางการซื้อเค้กกลับไปของหมอนั่นเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลย

ชั้นคอยอยู่ไม่นานฟูจิก็มาถึง คราวนี้เราย้ายเข้าไปในห้องส่วนตัวที่บรรยากาศดีจริง ๆ สมแล้วที่ฟูจิเป็นคนแนะนำ นายไม่เคยทำให้ชั้นผิดหวัง แล้วเราก็สั่งเค้กเพิ่มกันอีก คราวนี้ชั้นได้ชิมหลายรสเหมือนกัน บางชิ้นอย่างช็อคโก้บานาน่าชั้นว่ามันหวานไป แต่ฟูจิแย้งว่ามันอร่อย สงสัยจังว่าฟูจิมีของกินที่ไม่ชอบบ้างรึเปล่า เห็นกินได้ทุกอย่างแม้แต่น้ำผักของอินุอิแบบไม่รู้สึกอะไร

ไม่ใช่ว่าชั้นไม่เชื่อใจนายนะ แต่อะไรที่นายลงความเห็นว่า "อร่อย" ชั้นก็ยังต้องพิจารณาอยู่อีกนานเหมือนกัน

edit @ 2006/08/20 21:33:58

เหนื่อยเป็นบ้า วันนี้ชั้นเพิ่งกลับมาจากซ้อมที่โรงเรียน ..คงรู้จากมุคาฮิแล้วสินะว่าชั้นโดนจับเป็นลีดเดอร์อ่ะ

วันนี้เค้ามีนัดซ้อมรวมลีดเดอร์ ชั้นได้เป็นคิวที่ต้องเต้นจังหวะ 28 ซะด้วย (คือการนับจังหวะ 1-8 เป็น2ชุดน่ะ) ไม่รุ้เพราะอะไรแต่พอได้ยินเลขนี้แล้วมันรู้สึกตะหงิดๆใจชอบกล

แต่ที่ไม่ชอบไปมากกว่านั้นเลยคือเวลาที่ชั้นซ้อมอยู่ เจ้าบ้านิโอกับยางิว ต้องมานั่งอยู่แถวๆบริเวณที่ชั้นซ้อมทุกที... ไม่เอาเฟร้ย !! แค่นี้ชั้นก้หัวเสียจะแย่แล้วนะ

แต่จะว่าไปก็มีช่วงที่ชั้นไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน

จะมีช่วงหนึ่งของเพลงที่ขั้นเต้นมันจะร้องว่า

" ใคร..จะว่ายังไงชั้นไม่สนใจไม่อาไรหรอก~

พี่นั้นรักใครรักจริงนะน้องจ๋า !! พี่อยากบอกน้องยา.........."

ทุกครั้งที่ท่อนนี้มา มักจะมีบรรยากาศประหลาดๆเกิดขึ้นตรงบริเวณที่นิโอกับยางิวนั่งอยู่

โดยเฉพาะท่อน "พี่อยากบอกน้องยา" เนี่ย นิโอจ้องหน้ายางิวตาไม่กระพริบเลย

...........

....................

มันมีความหมายอะไรลึกซึ้งรึเปล่า ?

แต่จะอะไรก็ช่าง >_<

แค่เจ้าพวกนั้นไม่มองท่าอุบาทว์ๆที่ชั้นต้องเต้นก็ดีแล้ว~

เอาล่ะไหนๆก็ไหนๆ ในเมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้วชั้นก็คงต้องเต็มที่ซะหน่อยล่ะ ปี3ห้อง2 สู้ตาย!!!!!!

ปล. อยากจะบ้า !! =[]= มีการเปลี่ยนแผนเล้กน้อยสำหรับเสื้อลีดเดอร์

เนื่องจากชุดลายทหารมันไม่เข้ากับหนังหน้าชั้นอย่างแรง ทุกคนเลยลงมติให้ชั้นใส่เสื้อเทนนิสริคไคแล้วเอาสายเอี๊ยมคาดทับลงไปเต้นซะงั้น !!

(**หมายเหตุทั้งหมดเป็นเรื่องจริงโนเมค ครับผม =A=" ..นอกจากบทของ 28 นะ)

ฮัลโหล สวัสดีครับจ้ะ นี่คือมาซาฮารุ อุฮิ.. หลายๆ คนคงนึกสงสัยอยู่ล่ะสิว่านี่คือตัวจริง หรือว่าเป็นยางิวสลับตัวมา แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงใจเราก็อยู่ใกล้กันเสมอ ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก (หันไปข้างๆ)

ตอนนี้ที่สาธิตกำลังมีกีฬาสีกันอยู่ ผมเองก็ไม่ได้ทำอะไรมากเพราะไม่อยากจะไป 'ยุ่งวุ่นวาย' ^.v^ ซานาดะเองก็ท่าทางจะไม่สนใจเรื่องนี้เอาซะเลย แต่เห็นทำหน้าเหมือนอยากจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ดูบ้าง วันหลังชั้นจะทำพู่ให้นายละกันนะซานาดะคุง (ขยับแว่น) บุนตะดูเหมือนจะประสาทเสียนิดหน่อยเวลาที่ผมแวะไปให้กำลังใจ ยังกับว่าผมเป็นพวกชอบเผางั้นแหละ? สายตาไม่ไว้วางใจไม่ได้ช่วยให้ข่าวที่แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนแล้วจางลงหรอกนะ (แน่นอนว่าผมไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด)(หึหึ.. ทำไม ฮิโระจัง?)

นี่คือไดอารี่... แต่มีบางสิ่งที่ผมอยากพูดถึงมากกว่าบันทึกประจำวัน....

นั่นคือเรื่องเกี่ยวกับทีม..

.

ผมกำลังกลุ้มใจมาก...

.

สมาชิคในทีมของผมมีแต่พวกมนุษย์ประหลาด!!!!!

บางคนแค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าสามารถขดตัวเป็นก้อนกลมเข้ากระแทกคู่ต่อสู้ถึงหน้าเน็ต!!! แถมยังไต่เน็ตกลิ้งๆๆๆ และเป่าอะไรหนืดๆ เหนียวๆ เขียวๆ แหวะๆ ออกมาจากปากได้อีก!!!

บางคน.. หลับตาเล่นเทนนิสได้!!! ไม่น่าเชื่อ แค่ใช้หลักความน่าจะเป็นก็สามารถคำนวณที่จะทำทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ระยะและองศาในการกินข้าว หรือ เต๊าะเด็ก ได้ขณะหลับตาเชียวหรือ!!

บางคนเป็นฝรั่งตัวดำหัวล้าน..!!!!

บางคนน่ารักมากๆ ผิวขาวอมชมพูระเรื่อ ผมสีน้ำตาลทองระต้นคอ ช่วงขาเรียวงาม นัยน์ตาลึกลับน่าค้นหา หัวเราะเก่ง เสียงหัวเราะ "หึหึ" ช่างน่ารัก แถมยังเป็นคนมีอารมณ์ขันอย่างร้ายกาจ!!!!

บางคนกลายสภาพเป็นปีศาจตาแดงได้ระหว่างแข่ง ขนาดเป็นปีศาจตาแดงแล้วยังพ่ายแก่พลังเนตรสะพรึง พลังเนตรสะพรึงช่างน่ากลัวจริงๆ!!!!!

และที่สำคัญ...

บางคนหน้าแก่ก่อนวัย..!!!!!!!

.

ผมรู้สึกดีใจมากๆ ที่ยูคิมูระกลับมาแล้ว (บางตำราในบทวิเคราะห์สาธิตริคไคที่ยานางิรวบรวมมากล่าวไว้ว่า "ยูคิมูระเหมือนดังเทพเจ้า เป็นสิ่งซึ่งต้องฝ่าฟันไปให้ถึง คือศรัทธา คือศูนย์รวมจิตใจ" บางทีคนเขียนตำราบทนี้อาจจะชื่อว่า ซ. เกนอิจิโร่ ก็เป็นได้) ผมนึกไม่ออกเลยว่าหากปล่อยเอาไว้นานกว่านี้ทีมจะเป็นอย่างไร.... ผมรู้สึกว้าเหว่ เรรวน ปรวนแปร (เซไปซบยางิว) เครียดมากจนผมหงอกทั้งหัว จนไฝขึ้นที่คาง จนน้องยาน่ารัก จนรักน้องยา..

.

แต่ไม่เป็นไร!!! เพราะว่าเราคือ "จักรพรรดิริคไค"!!

.

เราจะต้องคว้าแชมป์ 3 ปีซ้อนให้ได้ ไม่ว่าเพื่อนร่วมทีมจะเป็น"อะไรก็ตามแบบนั้น" ผมก็ไม่หวั่น เพราะว่าเราคือ "ครอบครัวเดียวกัน" ซึ่ง "เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน" และจะ "ก้าวไปด้วยกัน" !!!

.

แต่ผมก็ยังอดจะกังวลเรื่อง "กรณีของคนสุดท้าย" ไม่ได้ โอ พระเจ้า ผมควรจะทำยังไงดี?

.

.

.


ปล. หืม? ทั้งหมดนั่น ล้อเล่นหรอกน่า มั้งนะ อุฮิ หึ

ปล.2 ผมไม่ใช่พวกปากหนักเอาอะไรมาอ้างก่อนจะพูดสิ่งสำคัญนะครับ... (รักโรงเรียน! จบ พอใจรึยังนิโอคุง)(???)

ปล.3 ไม่มีใครสังเกตเลยเหรอว่าแจ็คคัลหายไปไหนตั้งหลายวันแล้ว....

ปล.4 หน้าแก่จริงๆ นะ จ๊ะ อุฮิ~

ปล.5 edit เพิ่ม ผมลืมบอกไปว่า วันนี้วันที่ 22 เดือน 8 ... เลยรีบมาอัพเป็นรายแรก เวลาก็..คลาดไปนิด ว้า~~ แหม เขินจัง อุฮิฮิ้ววว - -,,,,


edit @ 2006/08/22 01:11:47

วันนี้ที่ห้องเรียนของฉันพัดลมมันเสีย... จึงต้องนั่งเรียนอยู่ในห้องนั้นถึง 4 ชั่วโมง แถมอากาศในห้องก็ร้อนบวกกับมีคนรวมในห้อง 40 กว่าคน ยิ่งทำให้ร้อนเข้าใหญ่ เล่นเอาฉันเกือบเรียนไม่รู้เรื่อง

แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีนิดหน่อยเพราะตอนคาบเรียนที่ 4ฉันจะต้องสอบเก็บคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งอาจารย์ได้จัดที่นั่งใหม่ โดยที่นักเรียนบางคนและฉันต้องไปนั่งสอบนอกห้อง ที่มีลมพัดเย็นสบายทำให้ตัวฉันสอบรู้เรื่อง...

ถ้าเกิดฉันไปนั่งสอบในห้องล่ะก็ ฉันมีหวังได้คะแนนเฉียดฉิวแน่เลย

นี่คือมาซาฮารุ อุฮิ เดี๋ยวยางิวจะมาอัพอีกที มาจองเอาไว้ให้เฉยๆ แหะๆๆ (โปรดสังเกตเวลา) ขอบใจมากนีโอคุง ขอโทษทีที่ต้องรบกวน ติดธุระอยู่น่ะ

วันนี้ฉันมีเรียนวิชาภาษาจีน เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วก่อนจะเป็นช่วงหยุดยาว อาจารย์ประจำวิชาได้นัดเทสเก็บคะแนนต้นคาบอีกสิบคะแนน

วิชานี้ฉันตั้งใจว่าจะทำให้ได้เกรดเอให้จงได้ แต่ทว่า เมื่อครั้งที่มีเทสต้นคาบครั้งแรก ฉันก็ตั้งใจทบทวนอย่างหนัก เมื่อถึงวันที่มีวิชานี้ ฉันกลับไม่ได้ไปเรียนเพราะเกิดอุปัทวเหตุขึ้น

ทำไมฉันถึงมักประสบเหตุการณ์แบบนี้เสมอนะ?

วันนี้ก็เช่นกัน ฉันตั้งใจทบทวนอย่างสมบูรณ์แบบ ซ้ำยังไปถึงห้องก่อนเวลาเริ่มเรียนอีกด้วยระหว่างที่รออาจารย์ ฉันก็นั่งทบทวนประโยคที่ต้องเทสไปเรื่อย ๆ จนมั่นใจว่า ครั้งนี้ต้องได้คะแนนเต็มแน่

หลังจากนั้น ก็ผ่านไปสี่สิบห้านาทีโดยที่ไม่มีอาจารย์ สมาชิกร่วมชั้นเรียนบางคนได้ทำใจเดินไปตามอาจารย์ที่ห้องพัก

ที่ฉันใช้คำว่าทำใจนั้น เนื่องจาก อาจารย์วิชาภาษาจีนนี้ได้เคยกล่าวไว้ว่า หากเดินล่วงเข้าสู่เขตห้องพักอาจารย์แห่งภาควิชาภาษาจีนแล้ว การสนทนาที่อนุญาตให้มีได้ในนั้นจะต้องเป็นภาษาจีนเท่านั้น ไม่ว่าสิ่งที่ต้องการพูดหรือสิ่งที่จะได้ฟังก็ตาม ...ฉันคิดว่าจะไม่ย่างเท้าก้าวเข้าไปในนั้นเด็ดขาดหากยังไม่มีความสามารถที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการใช้ภาษาจีน!

หลังจากที่เพื่อนร่วมห้องคนนั้นเดินกล้บมา เธอได้บอกกล่าวออกมาอย่างวิตกว่า ไม่พบอาจารย์ที่ห้อง...

เวลาที่ผ่านไปโดยไม่มีอาจารย์อยู่ในห้องด้วย ทำให้สมาชิกในห้องพากันเดินออกไปทีละคนสองคน

ทำไม... ตอนที่ฉันมั่นใจในการทบทวนสิ่งที่จะเทส ฉันถึงไม่ได้เทสทุกที

ต่อจากนั้น ฉันก็เข้าไปนั่งอ่านหนังสือเพื่อรอเข้าเรียนในช่วงวิชาบ่าย เมื่อขึ้นห้องไปฉันพบว่า มีเพียงคนสามสี่คนเท่านั้นที่นั่งในห้อง แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าใดนัก เพราะอาจารย์คนที่สอนวิชานี้มีนิสัยสบาย ๆ คนอื่นอาจจะเข้าช้าเพราะเถลไถลล่ะมั้ง ฉันคิด

จากนั้น มีรุ่นน้องเดินเข้ามาในห้อง เธอพยายามจะเขียนบางสิ่งบนกระดาน แต่เธอก็จ้องกระดานอยู่นานมาก จนตัดสินใจได้แล้วว่าจะไม่เขียน แล้วจึงหันมาพูดกับคนที่เหลือในห้องว่า

'อาจารย์ฝากมาบอกว่าไม่สอนค่ะ ให้ไปฟังปาฐากถาที่หอประชุมแทนแล้วกัน'

เมื่อฉันตัดสินใจไปถามอาจารย์ถึงความถูกต้องในสาสน์ที่ได้รับมา ฉันได้รับคำตอบว่า วันนี้เป็นวันครบรอบวันสถาปนา แต่เพราะฉันเป็นรุ่นพี่แล้ว ไม่ต้องไปฟังก็ได้

ฉันกล้บบ้านด้วยความขุ่นข้องหมองใจอีกแล้ว... ในเวลาที่ต้องการ เจ้านั้นไม่เคยอยู่ซักที

นีโอมาซาฮารุไอ้บ้า!!!! ขอบใจมากที่ช่วยเหลือเรื่องบลอคนะนีโอคุง ขอโทษด้วยที่วันนี้แสดงอารมณ์หงุดหงิดใส่นาย


เมื่อวันก่อน ไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียน ได้เดินทางไปสถานที่สำคัญหลายแห่งซึ่งไม่ไกลจากคานางาว่าสักเท่าไหร่ แต่ก็ใช้เวลาไปทั้งวัน จนไม่ได้เข้าชมรม เลยต้องปล่อยให้สมาชิกชั้นปีอื่นๆซ้อมกันไปเอง โดยฝากให้อาคายะช่วยดูแล ดูท่าทางเจ้านั่นจะดีใจที่ได้รับหน้าที่นี้

ระหว่างการเดินทางทัศนศึกษา ก็ได้แวะเวียนไปยังที่ต่างๆ ซึ่งล้วนแต่น่าสนใจ บางที่กำลังมีงานเทศกาลพอดี แต่บรรดาอาจารย์กลับไม่ให้หยุดแวะ คงเกรงว่านักเรียนจะมัวแต่เล่นสนุก จนลืมแสวงหาความรู้ ซึ่งชั้นก็เห็นด้วย เพราะในงานเทศกาลนั้น มีร้านค้าและเครื่องเล่นมากมาย ถ้าเกิดหยุดแวะล่ะก็ คงได้เห็นใครบางคนรีบวิ่งไปเล่นม้าหมุนเป็นแน่ อันที่จริง ชั้นเห็นนิโอรีบกระโดดลงจากรถไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะถูกอาจารย์ตามตัวกลับมาในภายหลัง

การเดินทางครั้งนี้ ทั้งขาไปและกลับ ชั้นเผลองีบหลับไปบ่อยๆ แต่คิดว่าไม่มีใครรู้ เพราะนิโอนั่งอยู่กับยางิว ดูเหมือนหมกมุ่นทำอะไรบางอย่าง ส่วนยานางินั่งกับมารุอิ ซึ่งชั้นก็เห็นใจนาย ที่ต้องทนฟังเสียงเคี้ยวขนมของหมอนั่นอยู่ตลอดทาง ถ้าครั้งนี้แจ็คกัลได้ไปด้วย ก็คงได้รับเคราะห์แทนนายเป็นแน่ ... ส่วนยูคิมุระ เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงดี จึงไม่ได้ไปด้วยกัน ... และชั้นเพิ่งมารู้ภายหลังว่าถ้าไม่ได้ไปทัศนศึกษา นายต้องทำรายงาน ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ ชั้นอาจจะพอช่วยอะไรได้บ้าง แต่ถึงยังไง คนอย่างนายก็ทำได้อยู่ดี ข้อนี้ชั้นมั่นใจ

จะว่าไป วันมะรืนนี้ ที่โรงเรียนเฮียวเทเหมือนจะมีงานโรงเรียน ทั้งที่ชั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่กลับต้องไปเพราะยูคิมุระบอกว่าอยากไป ... แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน จะได้แวะไปดูหน้าเจ้าอาโตเบะซักหน่อย ว่าเดี๋ยวนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว แต่ท่าทางจะยังคงสบายดี

อีกเรื่องหนึ่ง ได้ข่าวว่าจะมีการแข่งขันเทนนิสรอบพิเศษ ซึ่งทุกโรงเรียนจะต้องมารวมตัวกัน ถึงจะยังไม่รู้กำหนดการแน่นอนว่าเมื่อไหร่ แต่ชั้นก็ได้ไปสำรวจสนามแข่งมาแล้ว ซึ่งจุคนได้เยอะพอสมควร อีกไม่นานคงมีการให้แต่ละโรงเรียนมาลงชื่อเข้าร่วมการแข่งขัน แต่ไม่ว่ายังไง ริคไคของเราก็ต้องได้เป็นแชมป์อยู่ดี ใครหน้าไหนคิดจะโค่นเราก็คงเสียเวลาเปล่า...พวกนายทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน...

ฮัลโหล สวัสดีเช่นเคยครับจ้ะ ^.v^ ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้น.. และทำใจได้บ้างแล้ว เกี่ยวกับ "เรื่องกลุ้มใจ" ของผม.. นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าผมได้ ผ่อนคลาย และ เปลี่ยนบรรยากาศ ใช่แล้วครับ.. ผมได้ไปที่ที่หนึ่งมา.. กับ คนใส่แว่นคนนั้นรู้สึกจะมีชื่อว่า ศาลายางิว

.

เพื่อนเก่าคนหนึ่งได้ยินเกี่ยวกับความกลุ้มใจของผม รวมไปถึงความหวาดระแวงต่อ โรคหน้าแก่ก่อนไว เลยชวนผมไปพบ คนใส่แว่นที่อยากเป็นหมอคนนั้น อันที่จริง ผมกับเขาก็ รู้จักกันเป็นอย่างดี อยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุบางประการทำให้เขาต้องย้ายที่อยู่ ซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อนการเยี่ยนเยียนครั้งนี้จึงสร้างความตื่นเต้นให้กับผมเล็กน้อย...

.

คนใส่แว่นที่อยากเป็นหมอคนนั้น ดูประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้พบผม เขาขยับแว่นอย่างไม่ยี่หระ แล้วพาผมทัวร์ดูรอบๆบริเวณนั้น บ้านใหม่ของเขาหลังนี้ออกจะอยู่นอกเมืองไปซักหน่อยจึงมีพื้นที่สีเขียวเยอะมาก ผมเห็นคอร์ทเทนนิสอยู่หลังบ้านของเขา วันที่ผมไปนั้นดูเหมือนจะเป็นงานเลี้ยงของชาวเทาแดงอะไรซักอย่างพอดี ผมเลยเนียนไปนั่งกิน(ฟรี)กับเค้าด้วย แอบดีใจนิดหน่อยที่ไม่ได้พาเจ้าบุนตะมาด้วย

.

ขณะที่คนอื่นๆ นั่งดริงค์กันต่อ (จริงๆคือนั่งกินขนมปังสังขยากับนมสดกันต่อหลังฟาดข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่าง) ผมกับ คนใส่แว่นที่อยากเป็นหมอคนนั้น ก็ฆ่าเวลาโดยการไปปั่นจักรยานเล่น เขาบอกว่า ถ้ายังไม่สี่ทุ่มก็ไม่เป็นไร(คาดว่าบางทีเขาอาจจะเป็นซินเดอเรลลา) คนใส่แว่นที่อยากเป็นหมอคนนั้น นำทางผมขี่ไปรอบๆ แถบนั้น ซึ่งถนนยังคงเปิดไฟสว่างจ้า เลาะเข้าไปตามแนวชายป่า เพื่ออ้อมสวนด้านหลัง (เชียร์หลีดเดอร์คนหนึ่งเคยถูกหลอกทิ้งไว้ที่สวนนี้ แต่เขาสามารถวิ่งทันจักรยานได้ จากนั้นเขาจึงได้เป็นนักวิ่ง... อืม เพื่อนผมเอง..)(ไม่น่าถามนะว่าใครหลอก)บรรยากาศดีมาก ลมเย็นสบาย ผิดกับเมื่อตอนเย็น เงียบสงบและ ไม่มีใครรบกวน..

.

ขับๆ ไป เขาก็ชะลอจักรยานลงหยุด..

.

มีหิ่งห้อยหลายตัวอยู่รอบๆ บริเวณนี้..

.

ตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ตะกร้าจักรยานของเขา ไม่ยอมปล่อย บังอาจมาก นัยว่า หิ่งห้อยคงจะชอบกลิ่นไก่ย่าง (ที่เขาทำตกใส่กระเป๋าสะพาย และมีโทรศัพท์ของผมอยู่ในนั้นพอดี-*-) คนใส่แว่นที่อยากเป็นหมอคนนั้น จึงได้ไฟส่องทางขนาดจิ๋ว(??) 1 EA

.

เราขี่กันไปเรื่อยๆ คุยเรื่องสัพเพเหระ และคิดว่าจะกลับไปตีเทนนิสกันต่อ แต่แล้วอยู่ๆ ล้อหน้าจักรยานของผมก็ระเบิด... ไฟลุกพรึ่บ

.

เราจึงต้องจูงจักรยานกลับกันโดยปริยาย..

.


ปล. หลังเล่นเทนนิส ผมได้ไปพบสาวน้อยคนหนึ่ง (รายนี้อยากเป็นหมอฟัน) เธอดูดวงแม่นมาก ห้องของเธอเป็นที่เลื่องลือกันว่าเป็นแหล่งรวมแห่งพลังจิตต่างๆ ในสถานที่แห่งนี้ คำทำนายที่ได้รับเป็นอย่างแรกคือ..

"เจ้าชู้นะเนี่ย.. ถ้ามีแฟนแล้วจะมีกิ๊กแน่ๆ.."

มาซาฮารุผิดอะไร..... อุฮิ T.vT~~

.

ปล.2 วันกลับ ผมนั่งรถโดยสารกลับ รู้สึกว่า จะมีระเบิด แถวๆที่ผมกำลังกลับพอดี หากกู้ไม่ได้ ก็จะราบหมดภายในรัศมี 1 กิโลเมตร... ดีที่กู้ไว้ได้ทัน หึหึ(ยิ้มมีเลศนัย)

.

(ปล.3 เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ดัดแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านัน แต่ ไอ้ คนใส่แว่นที่อยากเป็นหมอคนนั้น มันมีหลายคนมาก 555 เพราะที่ศาลายา มีเพื่อนเราที่เป็น หมอ 3 ทันตะ 2 และมีทันตะที่ไปกะเราอีก 1 และใส่แว่นเกือบทุกคน กร๊ากกก)

สวัสดีนะทุกคน...

ชั้นหายหน้าหายตาไปนาน ก็เพราะร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงดีนั่นแหละ ที่เอ็นทรี่เก่าๆคงเห็นกันแล้วสินะว่าพวกปี3ได้ไปทัศนศึกษากัน ถ้าก่อนเรียนจบชั้นได้ไปกับทุกคนก็คงจะดี...... เพราะว่าไม่ได้ทัศนศึกษา ก็เลยต้องทำรายงานมากมาย... รวมถึงงานที่อาจารย์ยอมให้ส่งย้อนหลังในช่วงที่ไม่ได้เรียน... เยอะมากจนคิดว่าจะทำไหวมั้ย

รายงานฉบับแรก ทำเสร็จภายในสองชั่วโมง... อะไรกันนะ ที่ทำให้มีแรงทำขนาดนั้น

รายงานฉบับที่สอง หาข้อมูลจากหนังสือเล่มหนายิ่งกว่าสมุดโทรศัพท์ นั่งอ่านอยู่นานก็ยังไม่เข้าใจ... จนในที่สุด กว่าจะมาเข้าใจเอาก็กลางดึกคืนวันพฤหัส... แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าต้องแกะเทปสัมภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษก่อน ก็เลยบอกเก็นอิจิโร่ไปว่าต้องตั้งใจทำงานแล้ว....

เวลาผ่านไปจนเที่ยงคืน ยังคงแกะเทปไม่เสร็จ ไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กปี1ถึงพูดภาษาเข้าใจยากกันทั้งนั้นเลย... หรือเป็นเพราะชั้นเข้ารพ.นานเกินไป........... แต่เอาเถอะ ได้เวลานอนของเก็นอิจิโร่แล้ว ชั้นเลยบอกให้เก็นอิจิโร่ไปนอน เพราะว่าพรุ่งนี้เก็นอิจิโร่ต้องไปเฮียวเทตามคำบังคับของมุคาฮิคุง แต่เก็นอิจิโร่ก็ยังไม่ยอมไปนอนอยู่ดี... ยืนกรานว่าจะอยู่เป็นเพื่อน ^^ ขอบคุณนะ

ในที่สุดก็แกะเทปเสร็จเอาตอนตี3... มีเก็นอิจิโร่อยู่เป็นเพื่อนตลอด ก็ได้เวลาทำรายงานอีกชิ้น..... ยังไงก็ต้องทำให้เสร็จ เก็นอิจิโร่เสนอว่าให้ลุกมาทำตอนเช้า... แต่ ชั้นรู้ดีว่าถ้านอนไปตอนนี้ พอตอนเช้าต้องไม่ตื่นแน่ๆ เพราะว่าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ.... ในที่สุดเก็นอิจิโร่ก็ไปนอนจนได้ ไปนอนซะทีนะ... เพราะชั้นอยากให้นายพักผ่อนมากๆ

สรุปก็ทำเสร็จตอนเช้าพอดี พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบส่งอีเมลล์ไปให้อาจารย์ แต่แล้ว อาจารย์กลับโทรมาบอกว่า เปิดไฟล์ที่ส่งไปไม่ได้ ทำให้ต้องส่งให้ใหม่ สุดท้ายก็ส่งไม่ได้อยู่ดี ถ้าเรียกเร็นจิมาได้คงสบายขึ้นเยอะ... ดูท่าว่าชั้นจะไม่ถูกโรคกับเครื่องมือทันสมัยแบบนี้ล่ะมั้ง ฮะฮะฮะ ^^

สุดท้าย ก็ได้นอนเอาเที่ยงคืนของวันศุกร์... เป็นการทำงานที่ทุ่มแรงกายและพลังงานมากที่สุดตั้งแต่เคยทำมาเลย ออกจะทรมานเสียด้วยซ้ำ... มันไม่เหมือนกับการเล่นเทนนิสนี่นา

ที่ผ่านคืนนั้นมาได้ ก็เพราะมีนายอยู่เป็นเพื่อน ขอบคุณนะเก็นอิจิโร่ ^^