Saint-Rudolph-Gakuen

ชั้นชื่อ ฟูจิ ยูตะ

ถ้าไม่อยากเรียกว่า ฟูจิ ก็เรียกว่า ยูตะ ก็ได้

เลิกเรียกว่า น้องชายฟูจิ ซะที!

.
.
.

วันนี้ตัดสินใจกลับบ้านช่วงสุดสัปดาห์ เพราะพี่ยูมิโกะบอกว่าจะทำของโปรดไว้ให้ถึงได้ยอมกลับหรอก ..ไม่ได้เป็นเพราะพี่ชายโทรมากวนใจตลอดถึงยอมกลับหรอกนะ!

ได้ข่าวว่าจะมีงานเกี่ยวกับ cosplay ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นี้ด้วย คิดว่าน่าสนใจดีเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปดีไหม เพราะว่าอยากพักผ่อนมั่ง ตอนอยู่ที่โรงเรียนก็วุ่นแต่กับเรื่องการฝึกซ้อมเทนนิส มิสึกิซังเองก็มุ่งแต่จะเอาชนะเซชุนทั้งๆที่มีโรงเรียนอื่นรออยู่อีกตั้งหลายโรงเรียนแท้ๆ

ไม่รู้ว่าเทะสึกะซังจะร่วม cosplay ไปกับเขารึเปล่าพี่ชายถึงได้เตรียมกล้องซะอย่างดี แถมยังบ่นพึมพำใหญ่ว่าได้โอกาสสโตรกคนในงานอีกต่างหาก งานนี้เหล่า Cosplayer ระวังพี่กันไว้หน่อยก็ดีนะ...

เมื่อหลายวันก่อน มุคาฮิ งาคุโตะซังแห่งเฮียวเทมาหาผมถึงที่โรงเรียน

จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เมื่อก่อนในยามว่างเวลาปิดเทอม พวกเราก็มักจะนัดเจอกัน และโทรศัพท์หากันเป็นครั้งคราวอยู่แล้วการเจอกันครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว พวกเราไปนั่งกินราเม็งกัน 2 คน เป็นช่วงเวลาที่คนไม่คึกคักเลยได้ของที่สั่งเร็ว

ท่าทางมุคาฮิซังมีความสุข ผมก็พลอยสุขใจไปด้วย เห็นบอกด้วยว่ามีธุระต่อช่วงบ่ายผมก็เลยไปส่งถึงที่เพราะเป็นห่วง ระหว่างที่นั่งรถกันไป ก็แอบถ่ายรูปกระเป๋าของรุ่นพี่ไว้ด้วย เป็นสีส้มสดใส ข้าวของมากมาย ทว่าในบรรดาสิ่งของต่างๆนั้น สิ่งที่โดดเด่นออกมา ก็คือหมวกสีฟ้าของชิชิโดะซัง ไม่รู้ว่าเจ้าของหมวกรู้รึเปล่าเหมือนกันว่าหมวกอยู่ที่เพื่อนร่วมทีมนี่เอง

มีเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัย... คือทำไมมุคาฮิซังถึงได้ใช้รูปของอาโตเบะซังเป็นรูปหลักในมือถือนะ? นี่เป็นการแสดงความผูกพันต่อกัปตันทีมรูปแบบหนึ่งรึเปล่านะ? แต่ก็..อืม...จะว่าไป พี่ชายเราเองก็ใช้รูปเทะสึกะซังเหมือนกันนี่นา...หรือว่าจะเป็นเพราะคิดถึง? เห็นเมื่อวันก่อนพึ่งป่าวประกาศว่าจะกลับไปไมอามี่นี่เอง ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

ได้ข่าวจากฮิโยชิจากเฮียวเทว่าเอาหมวกส่งกลับคืนให้กับเจ้าของแล้ว แต่สงสัยจริงว่าตอนรับจะทำหน้าแบบไหนกันนะ?

ลงท้ายไดอารี่ : โชคดีที่พี่กับมิสึกิซังไม่รู้ว่ามาเจอมุคาฮิซังกันสองคน ไม่งั้นทั้งสองคนต้องคาดคั้นสุดชีวิตและตามด้วยการไปจัดการรายนั้นถึงที่แน่ๆ

สวัสดีทุกคน ผมเองมิซึกิ

ตอนแรกผมว่าไม่น่าจะมาเขียนไดอารี่ไร้สาระนี่เลย มันเป็นแหล่งเปิดเผยข้อมูลที่อันตรายชัด ๆ แถมเป็นการเปิดช่องให้มีการสวมรอยใส่ร้ายป้ายสีกันได้อย่างง่าย ๆ อีกต่างหาก ลองดูเอนทรีของราชันย์ริคไคที่โดนขึ้นเรคคอมเมนด์เอาไว้ก็รู้ นับเป็นเรื่องด่างพร้อยของริคไคทีเดียวนะเนี่ย หึหึ

แต่ก็นะ เท่าที่อ่านเนี่ยบล็อคนี้มันชักเต็มไปด้วยเซชุน เซชุน เซชุน เฮียวเท เฮียวเท เฮียวเท ริคไค ริคไค ริคไค พวกนายจะแย่งซีนกันไปถึงไหน!!! โดยเฉพาะทีมเซชุนนะ! พวกนายน่ะ อับจนหนทางอยากเพิ่มสมาชิกให้เยอะจะได้แย่งพื้นที่ของโรงเรียนอื่นเค้าถึงขนาดยัดแมวลงในชื่อสมาชิกเชียวเรอะ!!!

ยูตะ!! นายเองก็ไม่ได้เรื่อง! บล็อคนี้เปิดมาตั้งแต่เดือนสิงหาแล้วนะ! แต่เพิ่งเขียนไปได้ 2 เอนทรี!!! ทำไปได้ยังไงน่ะ นายเห็น(ไอ้)ฟูจิพี่ชายนายรึเปล่าห้ะ! ปาเข้าไป 6 เอนทรีแล้ว! เพราะมีสมาชิกที่มัวแต่อืดอาดอย่างนี้น่ะสิเซนท์รูดอล์ฟถึงได้ถูกลืมทุกที!

*แฮ่ก ๆ*

*สงบสติ*

*เก้กใหม่*

ก็ด้วยเหตุนั้นแหละนะ ผมเลยต้องลงมาเขียนไดอารี่นี่กับเค้าบ้าง ผมจะทำให้พวกนายรู้ซะบ้างว่าเซนท์รูดอล์ฟไม่ใช่แค่โรงเรียนลูกเมียน้อย!!!

คนที่เขียนเอนทรีมากที่สุดตอนนี้คือเทสึกะแห่งเซชุนสินะ หึ... สมเป็นกัปตันแห่งเซชุนจริง ๆ อัพเอนทรีเรื่อย ๆ ได้อย่างกลมกลืนไม่โหวกเหวกโวยวายให้เกิดเรื่องเหมือนกับสมาชิกคนอื่น แต่กลับเป็นคนที่เขียนมากที่สุด! ประมาทไม่ได้เลยจริง ๆ

แต่คอยดูนะ!!! ผมนี่แหละจะเป็นคนที่เขียนมากกว่าเทสึกะแน่ ๆ!!! จำเอาไว้!!!

(รูปมิซึกิก็หายาก ฮ่า ๆๆ ลูกเมียน้อยจริง ๆ กร้าก)

เอาล่ะ ถึงเวลาที่ผมจะเขียนแทคเสียที ตั้งใจอ่านกันให้ดี ๆ ล่ะ

1. ผมเป็นพวกมีนาฬิกาอยู่ในตัว มักจะรู้เวลาตื่นอยู่เสมอ ชั้นเลยไม่เคยตื่นสายเลย ยกเว้นวันที่เป็นวันที่ไม่ต้องออกไปไหน หรือวันที่ไม่สบายเท่านั้นแหละ ใช่มั้ยยูตะ? -_,-

2. ผมข้องใจมานานมากแล้วว่าทำไมชั้นถึงไม่ได้ออกอัลบั้มกับเค้าบ้าง! ทั้ง ๆ ที่ผมออกจะร้องเพลงได้เลิศเลอถึงขนาดนี้แท้ ๆ เหอะ ท่าทางโปรดิวเซอร์จะหูไม่ถึงซะแล้ว ช่วยไม่ได้ล่ะนะ น่าเสียดายแทนหลาย ๆ คนที่จะไม่ได้ฟังเสียงอันไพเราะของชั้น

3. ผมมีพี่สาวสองคนเชียวนะ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเป็นคนเนี้ยบแบบนี้ไงล่ะ หึหึ นิสัยที่ต้องจัดการอะไรให้เรียบร้อยเป็นหมวดหมู่คงได้อิทธิพลมาจากพี่สาวทั้งสองนี่แหละนะ

4. เห็นชั้นถนัด Data Tennis อย่างนี้ แต่วิชาโปรดของผมคือภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาสเปนนะ! หลายคนอาจจะเห็นว่ามันเป็นคนละขั้วกันเลย แหม น้อยคนนักที่จะรู้นะครับว่าระบบไวยากรณ์ของภาษาน่ะ มันไม่ต่างอะไรกับสูตรการคำนวนหรอก

5. ผมเป็นคนถือเรื่องมารยาทเวลาคุยกันต่อหน้า พวกที่ชอบหลบตาเวลาคุยนี่ผมจะถือว่าไม่จริงใจ ยิ่งถ้าเป็นพวกที่ชอบหลับตาคุยกับชาวบ้านไปทั่วนี่รับประกันได้เลยว่าเชื่อถือไม่ได้!

เอาล่ะ ผู้โชคดีที่ผมจะแทคต่อก็คือ

1. ยูตะแน่อยู่แล้ว นายโดนฟูจิคุงแทคไปคงจะเบื่อ ๆ สินะว่าทำไมจะต้องโดนฟูจิคุงแทคด้วยใช่มั้ย ผมจะแทคให้ละกันนะ

2. อิบุ ชินจิคุง เดี๋ยวนี้เห็นหายหน้าหายตาไปจากบล็อคนะ ชั้นจะรออ่านเอนทรีแทคยาว ๆ ของนาย

3. เซนโงคุคุง มีเคล็ดลับความลัคกี้ของนายมาเล่าให้ทุกคนฟังรึเปล่า -_,-

4. ดันคุง ไม่ค่อยมีอะไรมารายงานลงบล็อคเลยนะดันคุง ฮะฮะ ทุกคนคิดถึงเดสึของนายนะ

5. คาลปิ้นคุง ผมอยากรู้จริง ๆ นะว่าเอจิเซ็นคุงมีความลับอะไรบ้าง หึหึ

(ขุดมนุษย์ที่ร้างบล็อคมาเขียนให้หมดดดด)

ปล. ผมเห็นนะว่ามีหลายคนโดนแทคไปตั้งนานแล้ว ยังนิ่งดูดาย ไม่ยอมเขียนซะที แหม อย่าให้ต้องเอ่ยชื่อเลยนะ แต่ที่เห็นกันชัดๆ ก็คนที่โดนแทคเยอะ ๆ อย่างเอจิเซ็นคุงเอย อาคายะคุงเอย อาโตเบะซังเอย ฮิโยชิคุงเอย ชิชิโดะคุงบ้างล่ะ โอโทริคุงบ้างล่ะ เอ๊ะ มองไปมองมาชักจะมีแต่เฮียวเทนะครับนี่ ไม่ทราบว่าชิชิโดะคุงกับโอโทริคุงจะนัดกันเขียนไปรวมในเอนทรีเดียวกันรึเปล่าครับ ถึงได้ไม่เขียนกันซักที ยังไงก็รีบ ๆ เขียนกันซะนะครับ -_,-+ รวมถึงคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อด้วย

สวัสดีทุกคน

ผมมีอะไรจะบอกล่ะ หึหึ แต่เรื่องน่าสนใจแบบนี้น่าจะเก็บไว้ให้ทุกคนเห็นกับตาตัวเองดีกว่าเนอะ ว่ามั้ย? -_,-+ งั้นผมจะบอกอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ไว้ให้ทุกคนลุ้นกันดีกว่า

วันก่อน ผมบังเอิญไปได้ยินแผนการบางอย่างที่สมาชิกของเซชุนบางคนคิดจะเซอร์ไพรซ์ทุกคนในงาน J Trend in Love พรุ่งนี้แหละ ท่าทางโมโมชิโระคุงกำลังลำบากใจไม่อยากจะไปงาน เพราะว่าเอจิเซ็นคุงไม่ยอมไปด้วย ในเมื่องานเป็นคอนเซปของคู่รักนี่นะ ฮะฮะฮะ เท่าที่ได้ยินมานี่โมโมชิโระคุงท่าทางจะหงอน่าดูถ้าจะต้องเดินงานนี้คนเดียว แหม.. ไม่น่าเชื่อว่าโมโมชิโระคุงนี่จะยึดติดกับเอจินเซ็นคุงมากขนาดนี้นะครับนี่ ^_,^

นั่นแค่เรื่องแรกนะครับ ยังแค่เบาะ ๆ หลังจากนั้นชั้นก็เจอเทสึกะซังแห่งเซชุน กับ ซานาดะซังแห่งริคไค ทำหน้าเคร่งเครียดเผชิญหน้ากันอยู่ แหม... ตอนแรกคิดว่าจะได้เห็นแมทช์ที่หาดูได้ยากซะแล้ว แต่ท่าทางทั้งสองคนไม่ได้ตั้งใจจะมาแข่งกัน น่าแปลกที่ไม่เห็นวี่แววของฟูจิคุงกับยูคิมูระซังเลย สังเกตการณ์อยู่ได้ซักพักก็เริ่มรู้สึกเกร็ง.. ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปอาจจะไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ คงเป็นออร่าของเทสึกะบุโจว กับ รัศมีแห่งราชันย์ที่ร่ำลือกันแน่ ๆ แต่เคร่งเครียดซะขนาดนั้น ระวังรอยตีนกาจะเพิ่มมากขึ้นนะครับทั้งสองคน

เรื่องสุดท้าย หึหึ -_,- ควรจะบอกแค่ไหนดีนะ ฮะฮะฮะ ได้ยินมาว่าเทสึกะซังกับฟูจิคุงตกลงจะทำอะไรซักอย่างด้วยกันในงานวันพรุ่งนี้ ขอย้ำคอนเซปให้ฟังกันอีกครั้งว่าเป็นคอนเซปคู่รักนะครับ เห็นทั้งสองคนคุยเรื่องชุดกันอย่างเป็นจริงเป็นจังมาก ตกลงกันใหญ่ว่าจะเอาโทนสีอะไรดีระหว่าง ดำ ขาว แดง ชมพู บานเย็นหึหึหึ น่าสนใจดีนี่ แล้วชั้นได้ยินอะไรซักอย่างเกี่ยวกับกระโปรงด้วย -_,- อ้อ อีกอย่าง มีชื่อหนุ่มสาวเกาหลีหลุดมาด้วยนะ เท*ปิ๊บ* กับ ยู*ปิ๊บ* นี่แหละ อ๋า? ทำไมต้องมีเสียงเซนเซอร์? หึหึหึ ถ้าบอกไปเต็ม ๆ ก็คงไม่สนุกสิ ใช่มั้ย?

เอาเป็นว่า เจอกันวันพรุ่งนี้ละกันนะ อย่าพลาดล่ะ

ก่อนอื่นผมล่ะแปลกใจอยู่นิด ๆ ที่ทุกคนเงียบหายไปหลังจากงานวันเสาร์ที่ผ่านมา คงเป็นเพราะว่าพอทุกคนเห็นเทสึกะซังเป็นแบบนั้นแล้วเลยพูดอะไรไม่ออกสินะ หึหึหึ ผมจะไม่ก้าวก่ายเรื่องของคนอื่นละกันนะ ^_,^

เอาเถอะ ผมว่าพวกนายมาฟังเรื่องวันนี้ของผมกันดีกว่านะ เกี่ยวกับเรื่องการเมืองนิด ๆ หน่อย ๆ ในรูดอล์ฟของเรานี่แหละ อ้ะ สำหรับบางคนที่อาจจะไม่เข้าใจว่าการเมืองคืออะไร ผมไม่ได้หมายถึงการบ้านการเมืองที่ออกข่าวกันทุกวันหรอกนะ มันเป็นคำศัพท์ที่ใช้เรียกการแบ่งอำนาจที่ไม่ลงตัวกันในหน้าที่น่ะ บรรยากาศมันทั้งมืดมัวทั้งน่ารำคาญเหมือนการเมืองก็เลยเรียกว่าการเมืองในสถานศึกษาไงล่ะ -_,- เข้าใจนะ

อา... ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้อยากจะยุ่งกับเรื่องแก่งแย่งชิงดีนี้เลยซักนิดนะ ทำไมถึงได้โดนดึงเข้าไปในเรื่องยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้สิ ฮะฮะฮะ เรื่องมันก็มีอยู่ว่าท่านผู้อำนวยการของเซนต์รูดอล์ฟน่ะคิดจะสร้างมาตรฐานในการเรียนให้นักเรียนใหม่ โดยเน้นว่าจะต้องมีคุณภาพที่ดีไม่ให้น้อยหน้าใคร แถมยังต้องมี Cost Conscious อีกต่างหาก อ้า... ผมต้องอธิบายอีกสินะว่ามันคืออะไร สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการรู้จักใช้ทุนให้คุ้มค่านั่นแหละนะ แล้วทีนี้ในฐานะที่ผมเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ ก็เลยได้เป็นตัวแทนในการเจรจา เห้อ... ช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสียจริงที่ต้องมาพูดกับผู้ใหญ่ที่มีทัศนวิสัยงี่เง่า อ้ะ... นี่ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะด่าหรอกนะ ความคิดของผู้อำนวยการน่ะดีแสนดี ขนาดที่อยากให้ทุกคนมีมาตรฐานเท่าเทียมกันหมดในทุกเรื่อง แต่คิดในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปได้ที่ไหนกันละ การจัดการกับคนจำนวนมากน่ะ ผมยอมรับว่าสมควรที่จะมีระเบียบขึ้นมาเป็นมาตรฐานให้ทำตาม อะไร ๆ จะได้เรียบร้อย แต่จะไปกำหนดให้เท่าเทียมกันทุกกระบวนความน่ะมันไม่มีทางเป็นไปได้ และก็คงไม่มีคนยอมรับด้วย

ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยู่ในฐานะที่ค่อนข้างลำบากมากทีเดียว เพราะผมจะต้องเป็นคนติดต่อสื่อสารข้อความจากผู้อำนวยการให้ผู้ประสานงานคนอื่น ๆ ซึ่งนโยบายก้าวไกลล้ำหน้าเพ้อฝันแบบนี้ แน่นอน ได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ดีเท่าไหร่นักหรอก แถมมีเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนนโยบายเสียด้วยซ้ำ ทีนี้ผมก็ต้องเป็นคนรับเรื่องทั้งหมดมาไปรายงานผู้อำนวยการ พวกคนแก่ที่ชอบยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่นั่นก็ยังยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจะไม่เปลี่ยนนโยบาย (อ้ะ ไม่ได้จงใจจะกระทบเทสึกะซังหรือซานาดะซังหรอกนะครับ อย่าเพิ่งร้อนตัวไป) แต่ผมต้องเป็นคนรับหน้ารับเรื่องที่ประดังประเดเข้ามานี่สิ ช่างเป็นระบบที่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย

แย่จริง ๆ เลยที่คนเก่งอย่างผมต้องอยู่ในฐานะที่ลำบากอย่างนี้ แต่เห็นแก่หน้าของผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ผมจึงต้องแบกรับภาระหน้าที่เอาไว้ อา... ลำบากใจจริง ๆ เลยน้า

หึหึหึ แต่คนอย่างผมหาทางแก้เผ็ดได้อยู่แล้วล่ะนะ -_,- ที่เอามาเล่าให้ฟังเพราะเห็นว่าพวกนายหลาย ๆ คนที่ยังทำตัวไร้สาระแบบแกล้งชาวบ้านไปวัน ๆ หรือเอาแต่สวีทหวานแหววกันแบบไม่มองหัวคนอื่นนี่คงจะได้ฟังประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กับชีวิตได้บ้างนะ

ปล. อ้ะ นี่ผมเขียน 2 เอนทรีติดกันแล้วหรือเนี่ย ต้องมีคนบางคนมาคอยเหน็บแนมแน่ ๆ ว่าผมว่างมากรึไง ฮะฮะฮะ ผมไม่ได้ว่างมากหรอกนะ เรียกว่าผมรู้จักแบ่งเวลาให้เป็นสัดเป็นส่วนมากกว่า ^_,^ เนอะ~ ยูตะ?

ช่วงวาเลนไทน์เป็นช่วงที่แต่ละโรงเรียนไม่ค่อยคึกคักฝึกซ้อมเท่าไหร่ มิสึกิซังเลยหยุดๆเรื่องแอบซุ่มดูโรงเรียนอื่นไปหน่อย แล้วก็เคี่ยวเข็ญสมาชิกในชมรมของพวกเรามากขึ้น แต่ดูท่าพวกรุ่นพี่แต่ละคนใจคอห่อเหี่ยวลงสวนทางกัน แถมบ่นพึมพำๆแต่เรื่องช็อคโกแลต

ส่วนผมน่ะเหรอ? เฉยๆครับ ไม่มีปีไหนที่ผมพลาดช็อคโกแลตหรอก เพราะอย่างน้อยผมก็ยังได้จากพี่ยูมิโกะ พี่สาวผมอยู่ดี

เดี๋ยวนี้วันเสาร์-อาทิตย์ มีโอกาสได้กลับบ้านบ่อยขึ้น ถือว่าโชคดีที่ได้กลับมาฉลองวันเกิดที่บ้าน แต่ก็แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้วันเกิดปีนี้เป็นวันของสตอเบอร์รี่หรือยังไงก็ไม่รู้ ทั้งบ้านเต็มไปด้วยสตอร์เบอร์รี่ทั้งแบบสด แบบอบแห้ง ในตู้เย็นก็มีน้ำรสสตอร์เบอร์รี่แช่ไว้

แถมพี่ยูมิโกะอบเค้กรสสตอร์เบอร์รี่ให้เป็นเค้กวันเกิดอีก ที่น่าประหลาดใจก็คือมีใครบางคนแอบเอาคิทแคทรสสตอร์เบอร์รี่...เอ่อ อืม จริงๆคือรสซากุระน่ะล่ะ ใส่กระเป๋าเทนนิสผมไว้ก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเอามาใส่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่..กินแล้วก็อร่อยอยู่เหมือนกัน เปรี้ยวเชอร์รี่นิดๆ

ปล.1 มิสึกิซังอย่าโกรธเลยนะครับที่ผมรับโทรศัพท์เมื่อกี้ไม่ทัน แล้วก็..ขอบคุณสำหรับการ์ดอวยพรวันเกิดนะครับ แต่คราวหลังเวลาส่งของให้ผม...อย่าสอดไว้ในนิตยสารเทนนิสเลยครับ ถ้าพี่เขามาขอหยิบไปอ่านแล้วเจอเข้า สงสัยจะเรื่องยาวแน่ๆ

ปล.2 ใจนึงก็คิดอยู่ว่าคิทแคทนี่เป็นของ....... แต่คงไม่ใช่ซะล่ะมั้ง?

ปล.3 แท็คคืออะไรเหรอครับ? ใครก็ได้บอกที

ผมได้รับ Wallpaper Tag มาจากหลาย ๆ คน ทั้งฟูจิคุง อาโตเบะซัง แล้วก็ทาจิบานะซังด้วย แต่ต้องขออธิบายที่มาของแทคนี้ให้กระจ่างนะครับ ดูท่าทางทุกคนจะไม่รู้ที่มาของแทคนี้เอาซะเลย

ที่จริงแล้วแทคอันนีมีชื่อว่า Desktag ตามชื่อแหละครับ มันมีรากจากคำว่า Desktop หรือก็คือหน้าแรกของคอมพิวเตอร์นั่นเอง มีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนเล่าถึงการจัดเรียงไอคอนในหน้า Desktop และพูดถึงวอลเปเปอร์ด้วย แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่าทุกคนเอาแต่พูดถึงวอลเปเปอร์กันอย่างเดียว นับว่าทำข้อมูลตกหล่นกันไปเยอะนะครับ -_,-+

ส่วน Desktag ของชั้นก็ตามนี้

ผมชอบความเรียบง่ายน่ะ ฮะฮะ ข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดชั้นเก็บรวมเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ไม่เอาออกมาเรียงรายหน้าเดกส์ทอปแบบกระจัดกระจายแน่ ๆ อ้ะ ไม่รู้ว่าทุกคนรู้กันรึเปล่านะครับ ว่าการเอา Short Cut มาอยู่หน้าเดกส์ทอปเยอะ ๆ น่ะ มันเพิ่มภาระให้กับการโหลด แล้วก็ยังเป็นที่เกะกะสายตาอีกต่างหาก ทางที่ดีควรจะเอามาวางเฉพาะอันที่จำเป็นต่อการใช้เท่านั้นนะครับ หึหึ ชั้นคิดว่าหลายคนคงทิ้งไอคอนมาแปะ ๆ ไว้ แบบชาตินึงก็ไม่ได้กดใช้ แต่ว่าไม่รู้จักลบมันออกไป คนที่ไม่รู้จักวางแผนมักจะเป็นอย่างนั้นนะครับ เท่าที่เห็นหน้าเดกส์ทอปของหลาย ๆ คนที่เอามาลงก็มีบางคนมีไอคอนเกลื่อนไปหมดเลยนะ -_,-

มาพูดกันถึงวอลเปเปอร์ของผมดีกว่า ผมชอบดื่มชาน่ะ ฮะฮะ เป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมผ่อนคลายดีนะ เวลากินพร้อมกับของว่างอย่างเครปที่ยูตะชอบเอามาด้วย มันก็เข้ากันดีนะ ยูตะคุง~

เอาล่ะ เห็นว่าทุกคนโดนแทคนี้ไปเกือบหมดแล้ว ผมคงไม่ต้องแทคต่อสินะ แต่ผมติดใจอยากจะเห็นวอลเปเปอร์ของเอจิเซ็นคุงจริง ๆ นะ ฮะฮะฮะ เอาเป็นว่า คาลปิ้นคุง ช่วยทำแทนเจ้าของหน่อยนะ -_,-+